***** SandiKo *****

Blog

Blog Entryเรื่องชวนคิด....Jul 24, '06 12:25 PM
for everyone

เมื่อคืนระหว่างนั่งทำงาน ก็ได้ยินเพลงๆหนึ่ง ที่มีทำนองสบายๆ ชวนนอนอย่างมาก
แต่เมื่อฟังไปเรื่อยๆ ก็ทำให้เราต้องกลับมานั่งฟังเพลงนี้ใหม่อีกรอบ
เพราะเนื้อหาในเพลงทำให้ชวนคิด เพลงนี้คือ " คำตอบแห่งรัก "

รัก คือ ความผูกพันธ์
รัก คือ ความห่วงใย คือ ความงดงามยิ่งใหญ่  คือ ความเข้าใจ ต่างคนเชื่อในกันและกัน
รัก คือ การแบ่งปัน
รัก คือ การใส่ใจ คือ การช่วยเติมแรงใจ จับมือก้าวไป เป็นเงาข้างกาย อยู่ดูแล
ไม่ว่าความรักจะแปรว่าอะไร แต่ความหมายก็ยังซึ้งใจ
ไม่ต้องมีคำตอบ ไม่ต้องการอะไร ไม่ต้องหาถ้อยคำบรรยาย
ไม่ว่าความรักจะแปรว่าอะไร ก็จะรักแต่เธอเสมอไป
เพราะว่ารักคือคำตอบ ของทุกๆหัวใจ อบอุ่นใจเมื่อรักเธอ
รัก คือ ยอมอดทน
รัก คือ ยอมอภัย คือ ความมั่นคงจิงใจ คือการให้ไป ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ไม่ว่าความรักจะแปรว่าอะไร แต่ความหมายก็ยังซึ้งใจ
ไม่ต้องมีคำตอบ ไม่ต้องการอะไร ไม่ต้องหาถ้อยคำบรรยาย
ไม่ว่าความรักจะแปรว่าอะไร ก็จะรักแต่เธอเสมอไป
เพราะว่ารักคือคำตอบ ของทุกๆหัวใจ อบอุ่นใจเมื่อรักเธอ

แล้ว ความรัก ในนิยามของเพื่อนๆหล่ะเป็นอย่างไร


          การถ่ายภาพสิ่งเล็กๆ หรือภาพจำพวกมาโครถือได้ว่าเป็นการถ่ายภาพที่ยากประเภทหนึ่ง
จะยากมากหรือยากน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการถ่ายด้วยว่าคืออะไร ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว
ไปมาได้ก็ถือว่ายาก และคงจะเหนื่อยมากพอสมควร แต่ถ้าเป็นสิ่งไม่มีชวิต หรือประเภทพรรณไม้
ดอกไม้ก็ง่ายขึ้นมาหน่อย (ขึ้นอยู่กับสถานที่ด้วย)

          การถ่ายภาพมาโครนั้น เชื่อได้ว่าช่างภาพหลายๆคนคงอยากได้ภาพที่สวย  ดูแล้วสบายตา ฉากหลังโล่งๆ ไม่มีอะไรเกะกะรบกวนสายตา แต่นั้นก็เป็นเพียงทฤษฎี พอเป็นภาคปฏิบัติจริงก็ทำได้ยาก
เพราะมักจะพบอุปสรรคของสถานที่โดยธรรมชาติเอง ก็ถ่ายในธรรมชาตินี่ ไม่ใช่ถ่ายในสตูดิโอ


          ข้อได้เปรียบของการถ่ายภาพมาโครคือ การหาฉากหลังที่สวยๆ ตามต้องการได้ เนื่องจากเราเข้าไปถ่ายภาพใกล้กับ  subject มาก เมื่อโฟกัสเฉพาะจุดบริเวณ subject ฉากหลังก็จะเบลอไปโดยอัตโนมัติ การที่ฉากหลังจะเบลอมากหรือเบลอน้อยขึ้นอยู่กับการเปิดช่องรับแสง ช่องรับแสงกว้างฉากหลักก็จะเบลอมาก ช่องรับแสงแคบฉากหลังก็เบลอน้อย   สังเกตได้ว่า ถ้าฉากหลังเป็นกิ่งไม้ใบไม้ก็จะเห็นชัดเป็นรูปเป็นร่างของกิ่งไม้ใบไม้เหล่านั้น   และอีกข้อหนึ่งคือ ระยะห่างระหว่าง subject และฉากหลั ถ้าอยู่ห่างกันมากฉากหลังก็จะเบลอมาก    ห่างน้อยฉากหลังก็เบลอน้อย เริ่มเห็นรายละเอียดเป็นรูปเป็นร่างของกิ่งไม้ใบไม้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านั้นจะมารบกวนสายตา ทำให้ภาพของเราดูไม่เด่นเท่าที่ควร  ทางที่ดี ท่านควรสังเกตดูว่า ระหว่าง subject และฉากหลังอยู่ห่างกันมากน้อยแค่ไหน  ถ้าอยู่ห่างกันมาก เราก็ใช้ช่องรับแสงแคบๆ เพื่อเพิ่มความชัดลึกของภาพ (การถ่ายภาพมาโครนั้น ควรใช้ช่องรับแสงให้แคบที่สุดเพื่อความคมชัดลึกของภาพ) แต่ถ้าระหว่าง subject และฉากหลังอยู่ค่อนข้างใกล้กันเราก็ใช้วิธีเปิดช่องรับแสงให้กว้างๆ เพื่อช่วยให้ฉากหลังเบลอ subject จะได้ดูเด่นสวยตามความต้องการ

จากหนังสือ อนุสาร อสท ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2549

 


วันนี้ว่างๆ ได้นั่งฟังเพลง แล้วก็ได้เจอเพลง " ฉันเป็นอะไรไป " มีเนื้อเพลงดังนี้

 "  ฉันเป็นอะไรไป ทำมัยฉันต้องเป็นแบบนี้ ถามใจตัวเองอีกที ก็ตอบไม่ได้เลย ทำมัยถึงคิดถึงเธอ
    สิ่งที่เป็นฉันรักหรือป่าว นี่ตัวฉันรักเธอหรือป่าว ไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจ 
    เมื่อตอนใกล้เธอก็ไหวหวั่น เมื่อตอนไกลกัน ฉันก็ห่วงเธอ จะทำอะไรก็คิดถึงเสมอ  ฉันรักเธอ หรือแค่อ่อนไหว
    ฉันเป็นอะไรไป ทำมัยสุขหัวใจเมื่อเจอะเธอ เรื่องราวที่เป็นของเธอ ก็เก็บมาฝันต่อเมื่อยามที่หลับตา "

ทำให้คิดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้เรียกว่าความรัก หรือ ความอ่อนไหว หรือ ความหลง


เนื้อเพลง: พรุ่งนี้
อัลบั้ม: วันฟ้าใหม่
นักร้อง : แอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร

ฉันใช้ชีวิตผ่านมาน่าเสียดาย
ผ่านความผิดหวังมากมายซ้ำซ้ำอย่างนั้น
เมื่อคนที่รักจากไปฉันยังต้องการ
อยากกลับคืนวัน อยากเป็นเหมือนเดิม

แล้ววันหนึ่งฉันก็รู้ ว่าสูญเปล่า
ไม่มีพวกเขากลับเป็นผลดีกับฉัน
ไม่เปลืองชีวิต ไม่ทำให้ใจร้าวราน
ไม่ต้องมีวัน ที่ต้องเสียใจ

ต่อจากนี้ไป จะตั้งใจดูแล
ครึ่งชีวิตที่เหลือ ให้มีแต่สิ่งที่ดีดี
ที่ผิดพลั้งกันมา ลืมให้สิ้นกันที
เริ่มต้นมันดีดี ต่อไปนี้สัญญา

ฉันเคยผ่านพ้นเรื่องราวที่ร้ายแรง
ยิ่งทำให้ฉันเข้มแข็ง ขึ้นมากมาย
รู้ว่าพายุจบลง ฝนซาเมื่อใด
แค่มองขึ้นไป จะเจอรุ้งงาม

ต่อจากนี้ไป จะตั้งใจดูแล
ครึ่งชีวิตที่เหลือ ให้มีแต่สิ่งที่ดีดี
ที่ผิดพลั้งกันมา ลืมให้สิ้นกันที
เริ่มต้นมันดีดี ต่อไปนี้สัญญา

ฉันเคยผ่านพ้นเรื่องราวที่ร้ายแรง
ยิ่งทำให้ฉันเข้มแข็ง ขึ้นมากมาย
รู้ว่าพายุจบลง ฝนซาเมื่อใด
แค่มองขึ้นไป จะเจอรุ้งงาม

พรุ่งนี้ต้องเป็น วันที่สวยงาม


Blog Entryความลับ......Jul 5, '06 2:24 AM
for everyone

ความลับ... เป็นเรื่องอันตรายสำหรับความรัก
เพราะความรักคือความไว้ใจกัน รับรู้ รับฟัง
และเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต้องปิดบังกัน
แล้วหากวันหนึ่งสิ่งที่ปิดบังไม่อาจปิดบังได้ต่อไปได้
ความลับก็จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป
และ...ความรักก็จะดูแปลกไปจากที่เคยรู้สึก
จริงอยู่...แม้การเป็นคนรักไม่จำเป็นต้องรับรู้ทุกเรื่องทุกอย่าง
แต่เรื่องอะไรที่มันเกี่ยวข้อง พาดพิง
หรือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ที่อาจกระทบต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย
ก็ควรที่จะบอกกล่าวให้รู้
ดีกว่าให้มารู้ที่หลัง...แล้วทำให้เกิดเรื่องราวลุกลามใหญ่โต

บางครั้ง....ในความเป็นคนรัก
ก็ไม่ได้ต้องการจะรู้อะไรมากมาย
เพียงแต่...อยากได้รับความไว้วางใจ
ได้รับรู้ ได้รับฟัง คำบอกเล่าต่างๆ
ทั้งๆที่การได้รู้ หรือไม่รู้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย
แต่การได้รับฟังเรื่องต่างๆทั้งเรื่องดีและไม่ดี
ที่หมายถึงการให้เกียรติกันนั้นต่างหาก... ที่สำคัญ

จากหนังสือห้องนั่งเล่นของความรัก


Blog EntryแรงปะทะJul 2, '06 12:07 PM
for everyone

ธรรมชาติสอนให้เราเรียนรู้

" การลุก "

ด้วยการ

" การล้ม "

เพราะธรรมชาติรู้ว่า

ในถนนทุกสาย

ล้วนมีก้อนหินเกะระกะอยู่ข้างหน้า

ก้อนหินที่ถูกสร้างมาเพื่อทดสอบชีวิต

ยามที่ล้มก็ยอมบาดเจ็บและเสียเวลา

ใครที่สะดุดหินก้อนเล็ก ก็อาจแค่เพียงซวนเซ

ใครที่สะดุดหินก้อนใหญ่ ก็อาจล้มอย่างไม่เป็นท่า

" ก้อนหิน " อาจสำคัญ

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าคือ " แรงปะทะ "

ก้อนหินที่ตั้งอยู่ตรงหน้า

ถ้าพุ่งชนเพื่อที่จะให้มันแตก

เราเองนั้นแหละที่จะเจ็บหนัก

ถ้าค่อยๆหาวิธีผลักมันออกไป...

เราอาจจะเดินต่อไปได้

ในการยกหิน

หินบางก้อน ...  ต้องใช้แรง

หินบางก้อน ...  ต้องใช้สมอง

จากหนังสือห้องนั่งเล่นของความคิด

เราเห็นว่าบทความนี้ดี ก็เลยเอามาฝากเพื่อนๆ และเราก็มองว่าในยามที่เจอปัญหา คนส่วนใหญ่มักจะวิ่งเข้าไปปะทะกับมัน แต่การแก้ปัญหาบ้างอย่างอาจจะต้องใช้เวลาในการรอคอย การนิ่งเงียบนั่งมองปัญหา ไม่ใช่เป็นการหนีมัน แต่เป็นการออกมานั่งมองปัญหาเงียบเพื่อใตร่ตรองหาทางออกที่ดีที่สุด


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help